โดยความหมายโดยทั่วๆ ไป หมายถึง ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบล็อก ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้จดจำและนำไปใช้งานได้ง่าย ทั้งในการเข้าชมผ่าน Browser ของผู้ใช้ทั่วไป เช่น IE, Chrome, Firefox โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำ IP address แต่อย่างใด ชื่อ Domain นั้น จะเป็นชื่อเฉพาะ และไม่มีทางซ้ำกันใด เช่น google.com ก็จะไม่มีใครสามารถใช้ชื่อนี้ได้อีก เป็นต้น ดังนั้น การที่มีชื่อที่สั้นหรือจดจำง่าย ย่อมทำให้ผู้เข้าเว็บจำได้ง่ายด้วยเช่นกัน
คำตอบคือ ได้ และไม่ได้ หมายความว่า หากคุณจดชื่อ Domain แล้วยังไม่มี WebHosting นั้น เวลาคนทั่วไปพิมพ์ชื่อโดเมนคุณ ก็จะไม่ขึ้นหน้าเว็บคุณแต่อย่างใด แต่หากคุณ Forward Domain ไปที่อื่น เช่น Facebook ก็สามารถทำได้เช่นกัน หรือหากคุณไม่อยากพึ่งพา Facebook หรือต้องการออกแบบหน้าเว็บเจ๋งๆของคุณเอง คุณจำเป็นต้องมี WebHosting เพื่อเอาหน้าเว็บที่คุณออกแบบไว้แล้ว มาแสดงต่อสายตาชาวโลกนั้นเอง
ทางเรามีระบบ Control panel ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการโดเมนได้เองเวลาไหนก็ได้ โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ของเราทำให้ ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยน contact, การเปลี่ยน Name server, การปลดล็อดโดเมน หรืออื่นๆ อีกมากมาย เพราะคุณคือเจ้าของโดเมน
บริการ VPS server บริการประเภทนี้ เปรียบเสมือนคุณมี server เป็นของตัวเอง สามารถจัดการทุกอย่างได้เอง 100% ไม่ว่าจะติดตั้ง software เฉพาะด้าน การทำ webserver หรือติดตั้งไฟล์ต่างๆ ที่เป็นลิขสิทธิ์ของคุณเอง ทำ Radio station, TV station, WebHosting และอื่นๆอีกมากมายตามที่คุณต้องการ
OpenVZ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ทำ virtualization ในระดับ OS level ทำหน้าที่เป็นเหมือน stand-alone server ตัวหนึ่ง โดย คุณมีสิทธิ์เป็น root ของระบบ และ OpenVZ จะช่วยจัดสรรทรัพยากรให้คุณอย่างมีประสิทธิ์ภาพ และยังมีการเผื่อสำรองให้เพิ่มเติมบางส่วน ในกรณีที่คุณใช้งานจนเต็ม Quota ของคุณ
ข้อดี คือ
- มี Overhead น้อย จึงทำงานได้เร็ว ดังนั้นจึงมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าพวก VMWare หรือ Virtualization แบบอื่นๆ
- สามารถลง OS ใหม่ได้เองตลอดเวลา หรือเปลี่ยน OS ไปเป็นตัวอื่น เช่น อยากเปลี่ยนจาก CentOS ไปเป็น Ubuntu ก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว (แต่คุณต้อง Backup ข้อมูลสำคัญเอาไว้ก่อน)
- หาก VPS อื่นๆ down หรือขัดข้อง VPS ทางคุณก็จะยังทำงานได้ตามปกติทุกประการ
ข้อด้อย คือ
- การติดตั้ง software บางตัวที่ต้องใช้งานระดับ Kernel จะไม่สามารถทำได้ แต่โดยส่วนใหญ่ก็สามารถใช้งานทั่วๆไปได้ทั้งหมด
ส่วน KVM เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ทำ virtualization ในระดับ Kernel level ทำหน้าที่เป็นเหมือน stand-alone server ตัวหนึ่ง โดย คุณมีสิทธิ์เป็น root ของระบบ ที่มีการแยกใช้งานทรัพยากรของตัว server หลักออกมาอย่างเป็นเอกเทศ และสามารถ update หรือเปลี่ยนแปลง Kernel ของ OS ได้อีกด้วย
ข้อดี คือ
- สามารถ update software ระดับ kernel ได้ สำหรับงานบางงานที่ต้องการใช้งานโดยเฉพาะ
- หาก VPS อื่นๆ down หรือขัดข้อง VPS ทางคุณก็จะยังทำงานได้ตามปกติทุกประการ
ข้อด้อย คือ
- ในกรณีที่ RAM หลักของคุณเต็มนั้น VPS ของคุณ หันมาใช้ Swap จะทำให้ระบบโดยรวมอาจช้าลงไป แต่ก็ยังสามารถรันต่อไปได้ ถึงแม้จะมี process ใหม่ๆเข้ามาก็ตาม (แนะนำ ควรปรับโปรแกรมที่ใช้งานของคุณให้มีประสิทธิภาพขึ้น หรือเปลี่ยน package ที่มี RAM มากขึ้น)
หมายเหตุ: หากไม่แน่ใจว่า จะรันโปรแกรมของคุณได้หรือไม่ หรือโปรแกรมของคุณเน้นการใช้งานเฉพาะทาง แนะนำให้เลือกเป็น KVM จะทำงานได้ 100%
Windows Hyper-V หรือ Windows Server Virtualization ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของทางไมโครซอฟต์ ที่ใช้สร้างเครื่องเสมือน (VPS) หรือจำลองการทำงานของระบบปฏิบัติการณ์ Windows รุ่นต่างๆได้ เช่น Windows server, Windows 8, Windows 10 เป็นต้น พูดง่ายๆ ก็คือ ทำงานเหมือน VPS ทั่วไป แต่ตัว OS หลักเป็นผลิตภัณฑ์ของทางไมโครซอฟต์ ซึ่ง Windows Hyper-V ทำงานบนระบบ x86-64
ดู Video เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น
คุณสามารถจัดการและติดตั้ง software เฉพาะด้าน การทำ webserver หรือติดตั้งไฟล์ต่างๆ ที่เป็นลิขสิทธิ์ของคุณเอง ทำ Radio station, TV station, WebHosting และอื่นๆอีกมากมายตามที่คุณต้องการ แต่ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีงามของประเทศไทย
ซึ่งเราไม่อนุญาตต่อไปนี้ (Not allow)
Adult content / BitTorrent / VPN/ Proxy / Illegal Software and medias